นโยบายการรับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิด
นโยบายการรับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิด
บริษัท ซุน คอร์ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ดำเนินธุรกิจอยู่ภายใต้กรอบของธรรมาภิบาลที่ดี มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ และมีนโยบายในการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสที่แจ้งข้อมูล หรือให้เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันหรือการ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับบริษัท แนวปฏิบัติ นโยบายและหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย ตลอดจนผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ในการนี้บริษัทจึงได้กำหนดขั้นตอน ช่องทางการร้องเรียนและมาตรการในการคุ้มครองผู้ร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส และผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ภายใต้นโยบายการรับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิด (Whistleblower Policy) เพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดังนี้
ขอบเขตของเรื่องที่รับร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส
1) กรรมการ พนักงาน หรือบุคคลใด ๆ ที่กระทำการแทนบริษัทหรือบริษัทย่อย อาจถูกร้องเรียนตามนโยบายนี้ หากมี
(1) การกระทำที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎระเบียบ ข้อบังคับบริษัท หลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติ นโยบายและหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย
(2) การกระทำหรือพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชันที่เกี่ยวข้องกับบริษัทและบริษัทย่อย ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม
(3) การกระทำที่ผิดขั้นตอนตามระเบียบปฏิบัติของบริษัทและบริษัทย่อย ความไม่ถูกต้องของรายงานทางการเงินหรือความบกพร่องของระบบการควบคุมภายในจนทำให้สงสัยได้ว่าอาจจะเป็นช่องทางในการทุจริตคอร์รัปชันหรือทำให้บริษัท และ/หรือ บริษัทย่อย เสียหาย
โดยเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่การใช้กลไกตามนโยบายฉบับนี้อาจครอบคลุมการประพฤติ อันมิชอบในรูปแบบต่าง ๆ อาทิเช่น เหตุการณ์ดังต่อไปนี้
-การกระทำความผิดทางอาญา หรือการยุยงส่งส่งเสริมให้กระทำความผิด
-การทุจริตที่เกี่ยวข้องกับบริษัท และ/หรือบริษัทย่อย โดยทางตรงหรือทางอ้อม เช่น พบเห็นบุคคลในองค์กรติดสินบนหรือรับสินบน เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐบาล หรือหน่วยงานเอกชน
-การกระทำที่สุ่มเสี่ยงใด ๆ ซึ่งรวมถึงการทุจริต การให้สินบน และการขู่กรรโชก
-การไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัท และ/หรือบริษัทย่อย อย่างมีนัยสำคัญ
-การกระทำ หรือละเว้นการกระทำในทางบัญชี รายงาน บันทึก รายการ และแนวทางปฏิบัติ และ/หรือการรายงานทางการเงิน หรือการควบคุมภายในที่มีพิรุธ หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือแนวทางการปฏิบัติทั่วไป
-เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือความปลอดภัยของบุคคลใด
-การกระทำที่เป็นการกระทำผิดร้ายแรง หรือผิดหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย
-การกระทำโดยเจตนาให้บริษัทเสียหาย เสียชื่อเสียง หรือเสียประโยชน์
-กรณีที่ไม่สามารถแก้ไข หรือดำเนินการตามขั้นตอนอันสมเหตุสมผล ในเรื่องที่อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่าย หรือความเสียหายร้ายแรงต่อบริษัท โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
-การปิดบังการกระทำความผิดประเภทต่าง ๆ ข้างต้นโดยเจตนา
บุคคลที่สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแส
บุคคลใดที่ทราบเรื่องร้องเรียนหรือสงสัยโดยสุริต ไม่ว่าตนเองจะได้รับความเสียหายหรือไม่ก็ตามว่า กรรมการ พนักงาน หรือบุคคลใด ๆ ที่กระทำการแทนบริษัท มีการประพฤติผิด สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียน หรือเบาะแสได้ตามช่องทางที่ระบุไว้ในหัวข้อ “ช่องทางในการแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแส“
โดยบริษัทส่งเสริมให้ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแส เปิดเผยตัวตน (เฉพาะกับหน่วยรับแจ้งเรื่องร้องเรียน) และให้ข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนมากพอเกี่ยวกับการประพฤติผิดของผู้ถูกร้องเรียน และควรแจ้งข้อมูลในการติดต่อกลับเพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารกับบริษัท โดยผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนจะได้รับความคุ้มครอง ตามหัวข้อ “การให้ความคุ้มครองผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแสและบุคคลที่เกี่ยวข้อง“
การรายงานข้อมูลที่เป็นเท็จ
กรณีที่มีหลักฐานปรากฏชัดแจ้งเพียงพอว่า ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนมีพฤติการณ์ชัดแจ้งว่าได้แจ้งหรือกล่าวหาผู้ถูกร้องเรียนโดยไม่สุจริต (เช่น เป็นการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการร้องทุกข์ส่วนตัว หรือมีเจตนาทำให้เกิดความแตกแยกภายในบริษัท) หรือในกรณีการเปิดเผยข้อมูลเป็นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว การกระทำดังกล่าวจะถือเป็นความผิดทางวินัยและอาจถือเป็นการกระทำผิดร้ายแรง บริษัทจะจัดให้มีการดำเนินการสอบสวน เพื่อพิจารณาลงโทษตามระเบียบของบริษัทต่อไป โดยบริษัทจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อปกป้องเชื่อเสียงของผู้ถูกร้องเรียน ดังนี้
1) ในกรณีที่ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแสเป็นพนักงาน ให้ดำเนินการสอบสวนเพื่อพิจารณาลงโทษตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท หรือบริษัทย่อย
2) ในกรณีที่ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแสเป็นบุคคลภายนอก และบริษัทได้รับความเสียหาย บริษัทอาจพิจารณาดำเนินคดีกับผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนด้วย
การให้ความคุ้มครองผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแส และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
1) ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนสามารถเลือกที่จะไม่เปิดเผยตนเองได้หากเห็นว่าการเปิดเผยดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเสียหายกับตนเอง แต่ต้องระบุรายละเอียดข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำที่เป็นการทุจริต หรือฝ่าฝืนกฎหมาย หรือ ระเบียบของบริษัทเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเลือกที่จะเปิดเผยตนเองก็จะทำให้ผู้รับเรื่องร้องเรียนสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
2) ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน บริษัทถือเป็นความลับและจะเปิดเผยเท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึงถึงความปลอดภัย และความเสียหายของผู้รายงานแหล่งที่มาของข้อมูล หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้รับเรื่องร้องเรียน ผู้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนและผู้รับผิดชอบในทุกขั้นตอนจะต้องเก็บรักษาข้อมูลที่ได้รับเป็นชั้นความลับสูงสุด และไม่เปิดเผยต่อบุคคลอื่น หากฝ่าฝืนถือเป็นการกระทำความผิดวินัย
3) บริษัทจะไม่ลดตำแหน่ง ลงโทษ หรือดำเนินการใด ๆ ในทางลบต่อผู้ร้องเรียน หรือพนักงาน ที่ปฏิเสธการคอร์รัปชั่น แม้ว่าการกระทำนั้นจะทำให้บริษัทและบริษัทย่อยสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ
3) กรณีที่ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนเห็นว่าตนอาจได้รับความไม่ปลอดภัย หรืออาจเกิดความเดือดร้อนหรือเสียหายผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนสามารถร้องขอให้บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมก็ได้ หรือบริษัทอาจกำหนดมาตรการคุ้มครองโดยผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนไม่ต้องร้องขอก็ได้ หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความเสียหายหรือความไม่ปลอดภัย
4) กรณีที่ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนเห็นว่าตนอาจได้รับความไม่ปลอดภัย หรืออาจเกิดความเดือดร้อนหรือเสียหาย ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนสามารถร้องขอให้บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมก็ได้ หรือบริษัทอาจกำหนดมาตรการคุ้มครองโดยผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนไม่ต้องร้องขอก็ได้ หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความเสียหายหรือความไม่ปลอดภัย
5) ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยวิธีการหรือกระบวนการที่มีความเหมาะสมและเป็นธรรม โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบ และ/หรือคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณา
กระบวนการพิจารณาเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแส
เมื่อมีการร้องเรียนตามช่องทางที่กำหนดในหัวข้อ “ช่องทางในการแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแส หากคณะกรรมการตรวจสอบได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเรื่องร้องเรียนเป็นความจริง คณะกรรมการตรวจสอบจะดำเนินการดังต่อไปนี้
1) ในกรณีที่เป็นการร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำการอันทุจริต หรือผิดกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับหรือหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ให้คณะกรรมการตรวจสอบ พิจารณาเสนอเรื่องร้องเรียนดังกล่าวพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบแจ้งความคืบหน้าและผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียนการกระทำผิดและการทุจริต ให้กับผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนที่ได้เปิดเผยชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) หรือช่องทางติดต่ออื่นๆ ไว้ อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งด้วยเหตุผลความจำเป็นในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความลับ บริษัทอาจไม่สามารถให้ข้อมูลในรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบสวนได้
2) ในกรณีที่เรื่องร้องเรียนดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ เช่น เป็นเรื่องที่กระทบต่อชื่อเสียงภาพลักษณ์หรือฐานะทางการเงินของบริษัท ขัดแย้งกับนโยบายในการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือเกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูง เป็นต้น ให้คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาเสนอเรื่องดังกล่าว พร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาต่อไป
3) ในกรณีที่เรื่องร้องเรียนทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใดผู้หนึ่ง ให้คณะกรรมการตรวจสอบนำเสนอวิธีการบรรเทาความเสียหายที่เหมาะสมและเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายตามที่เห็นสมควรเป็นกรณี ๆ ไป ต่อคณะกรรมการบริษัท
4) การพิจารณาจะเริ่มดำเนินการโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยคำนึงถึงลักษณะความร้ายแรงของข้อกล่าวหา ข้อร้องเรียน และจะดำเนินการด้วยความระมัดระวังเพื่อที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและรายละเอียดของการสอบสวน การตรวจสอบขั้นต้นจะค้นหาข้อสรุปของการไต่สวน และจะดำเนินการภายในหนึ่ง (1)เดือน นับแต่วันที่ได้รับข้อกล่าวหาข้อร้องเรียน
ช่องทางในการแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแส
ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแส โดยระบุให้ชัดเจนว่าเป็นเอกสารลับ ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)
ติดต่อ: ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
E-mail: CAC@suen.co.th
จดหมายส่งทางไปรษณีย์
ติดต่อ: ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
ที่อยู่: 88999 หมู่ที่ 4 ตำบลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง
เว็บไซต์ของบริษัท
เว็บไซต์: https://www.scconcrete.co.th/th
การจัดทำทะเบียนและการรายงาน
เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท มีหน้าที่จัดทำทะเบียนรับเรื่องร้องเรียนและเบาะแสการกระทำผิดและการทุจริต และจัดทำรายงานสรุปการรับแจ้งข้อมูลการกระทำผิดและการทุจริตทั้งหมดของบริษัททั้งที่ได้ดำเนินการพิจารณาแล้วหรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้คณะกรรมการตรวจสอบทราบเป็นประจำอย่างน้อยไตรมาสละหนึ่ง (1) ครั้ง และให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อรับทราบต่อไป
การทบทวนนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
บริษัทจะจัดให้มีการทบทวนนโยบายการรับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดให้สอดคล้องกับสภาวการณ์และธุรกิจของบริษัท
นโยบายการรับแจ้งเบาะแสข้อร้องเรียนนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป
หมายเหตุ
วันที่เริ่มประกาศใช้นโยบาย
วันที่ 14 ธันวาคม 2566 (อนุมัติโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 9/2566 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566)
ปรับปรุงครั้งที่ 1
วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 (อนุมัติโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 14พฤษภาคม 2568)
