นโยบายการกำกับดูแลกิจการ
นโยบายการกำกับดูแลกิจการ
บริษัท ซุน คอร์ป จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ได้จัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจและการบริหารองค์กรเพื่อสร้างคุณค่าแก่กิจการอย่างยั่งยืน โดยมีหลักปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการที่ดี 8 ประการ ดังนี้
หลักปฏิบัติ 1 ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการ อย่างยั่งยืน
1.1 คณะกรรมการบริษัทเข้าใจบทบาทและตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะผู้นำที่ต้องกำกับดูแลให้บริษัทมีการบริหารจัดการที่ดี จึงจัดให้มีกฎบัตรของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งกำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบไว้อย่างชัดเจน เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการกำกับดูแลกิจการของบริษัทและบริษัทย่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับมติที่ประชุมคณะกรรมการและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง (Duty of Care) ความซื่อสัตย์สุจริต (Duty of Loyalty) โดยพิจารณาตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ซึ่งครอบคลุมถึง
(1) การกำหนดวัตถุประสงค์ วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายหลัก
(2) การกำหนดกลยุทธ์ แผนธุรกิจ นโยบายการดำเนินงาน โครงสร้างการบริหารจัดการ กรอบอำนาจอนุมัติ และงบประมาณ ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรสำคัญ และควบคุมดูแลการบริหารและการจัดการของผู้บริหารเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น
(3) การติดตาม ประเมินผล และดูแลการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย
1.2 คณะกรรมการบริษัทจะกำหนดแผนงานและเป้าหมายความสำเร็จของการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงจริยธรรม ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ นอกเหนือ จากผลประกอบการทางการเงิน
1.3 คณะกรรมการบริษัทจะประพฤติตนเป็นแบบอย่างในฐานะผู้นำในการกำกับดูแลกิจการ ยึดมั่นในค่านิยม จริยธรรมองค์กร มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายที่กำหนด
1.4 คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีนโยบายที่แสดงถึงหลักการและแนวทางในการดำเนินงานเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น นโยบายการบริหารจัดการความยั่งยืน นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจเพื่อการประกอบธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ตรวจสอบได้เคารพสิทธิ และมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ เป็นประโยชน์ต่อสังคมและลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสามารถปรับตัวได้ภายใต้ปัจจัยการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน
1.5 คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำกับดูแลให้มีการสื่อสาร เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนเกิดความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง รวมทั้งจัดให้มีกลไกที่เพียงพอที่เอื้อให้มีการปฏิบัติจริงตามนโยบายข้างต้น รวมทั้งติดตามผลการปฏิบัติเพื่อนำมาทบทวนและแก้ไขนโยบายต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ของบริษัทและบริษัทย่อย
1.6 คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ติดตามดูแลให้กรรมการและผู้บริหารปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง (Duty of Care) ซื่อสัตย์สุจริตต่อองค์กร (Duty of Loyalty) ตามมาตรา 89/7 มาตรา 89/8 มาตรา 89/9 และมาตรา 89/10 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่ม) ซึ่งมีรายละเอียดปรากฏตามภาคผนวก และดูแลให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ มติที่ประชุมคณะกรรมการ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นและนโยบายหรือแนวทางของบริษัทที่ได้กำหนดไว้
1.7 คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ดูแลให้บริษัทมีระบบหรือกลไกอย่างเพียงพอที่จะมั่นใจได้ว่าการดำเนินงานของบริษัทเป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมคณะกรรมการ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตลอดจนนโยบายหรือแนวทางที่ได้กำหนดไว้ รวมทั้งมีกระบวนการอนุมัติ การดำเนินงานที่สำคัญให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยการดำเนินงานที่สำคัญข้างต้น มีตัวอย่างเช่น การอนุมัติธุรกรรมที่มีผลกระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ การทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน การจ่ายเงินปันผล เป็นต้น
1.8 คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีกฎบัตรของคณะกรรมการบริษัท เพื่อกำหนดอำนาจหน้าที่และ ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไว้อย่างชัดเจนและ กำหนดให้มีการทบทวนกฎบัตรดังกล่าวเป็นประจำ อย่างน้อยปีละหนึ่ง (1) ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์และทิศทางขององค์กร
1 ผู้บริหารตามคำนิยามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดบทนิยามในประกาศเกี่ยวกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์
หลักปฏิบัติ 2 กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน
2.1 คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดวัตถุประสงค์ และเป้าหมายหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อให้เกิดความยั่งยืน และสอดคล้องกับการสร้างคุณค่าให้แก่กิจการ ลูกค้า ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และสังคมโดยรวม รวมทั้งมีการสื่อสารให้บุคลากรในทุกระดับยึดถือเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ และเพื่อเป็นวัฒนธรรมขององค์กร โดยพิจารณาถึง 1)สภาพแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงปัจจัยต่าง ๆ 2) ความต้องการของลูกค้า และผู้มีส่วนได้
ส่วนเสีย และ 3) ความสามารถในการแข่งขัน ความชำนาญ โอกาส และความเสี่ยงทางธุรกิจ
2.2 คณะกรรมการบริษัทจะส่งเสริมการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งกำหนดให้มีการทบทวนวัตถุประสงค์ เป้าหมาย รวมทั้งแผนกลยุทธ์ทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ ศักยภาพขององค์กร และแผนเป้าหมายหลักของกิจการ โดยติดตามการประเมินผลอย่างใกล้ชิด
2.3 คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำกับดูแลให้การจัดทำกลยุทธ์และแผนประจำปี มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการ โดยคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมของกิจการ ณ ขณะนั้น ตลอดจนโอกาสและความเสี่ยงที่ยอมรับได้รวมทั้งความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง หรืออาจมีผลต่อการบรรลุเป้าหมายหลักของกิจการ โดยควรมีกลไกที่ทำให้เข้าใจความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียอย่างแท้จริง
หลักปฏิบัติ 3 เสริมสร้างคณะกรรมการที่มีประสิทธิผล
คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายในการกำหนดและทบทวนโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทให้เหมาะสมและสอดคล้องกับธุรกิจและขนาดของบริษัท ทั้งในเรื่องขนาด องค์ประกอบ สัดส่วนกรรมการที่เป็นอิสระ ที่เหมาะสมและจำเป็น ต่อการนำพาองค์กรไปสู่วัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
3.1 คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติที่หลากหลาย ทั้งในด้านเพศ อายุ ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ความสามารถ และคุณลักษณะเฉพาะด้านที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย และสามารถเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท รวมทั้งเข้าใจและตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียได้
3.2 คณะกรรมการบริษัทมีจำนวนอย่างน้อยห้า (5)คน แต่ไม่เกินสิบสอง (12) คน โดยประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อยหนึ่ง (1) ในสาม (3)ของจำนวนกรรมการบริษัททั้งหมด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสาม (3)คน อันจะทำให้เกิดการถ่วงดุลในการ พิจารณาและออกเสียงในเรื่องต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ กรรมการอิสระของบริษัททุกท่านต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
3.3 ภายหลังจากที่บริษัทเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ) แล้ว บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลของกรรมการ และกรรมการชุดย่อย เช่น อายุ เพศ ประวัติ การศึกษา ประสบการณ์ สัดส่วนการถือหุ้นหรือหุ้นกู้ในบริษัท จำนวนปีที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ จำนวนครั้งของการประชุม และจำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุมในปีที่ผ่านมา ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน การดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่น บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ และรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี รายงานประจำปี (“แบบ 56-1 Onereport) และ/หรือบนเว็บไซต์ของบริษัท
3.4 ประธานกรรมการบริษัทมีบทบาทเป็นผู้นำของคณะกรรมการบริษัท โดยหน้าที่ของประธานกรรมการบริษัทจะครอบคลุมในเรื่องดังต่อไปนี้
(1) การกำกับ ติดตาม และดูแลให้มั่นใจได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท มีประสิทธิภาพและบรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของค์กร
(2) การดูแลให้มั่นใจว่ากรรมการทุกคนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่มีจริยธรรมและการกำกับดูแลกิจการที่ดี
(3) การกำหนดวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัท โดยหารือร่วมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และมีมาตรการที่ดูแลให้เรื่องสำคัญได้ถูกบรรจุเป็นวาระการประชุม
(4) การจัดสรรเวลาไว้อย่างเพียงพอที่ฝ่ายจัดการจะเสนอเรื่องและมากพอที่กรรมการจะอภิปรายประเด็นสำคัญกันอย่างรอบคอบโดยทั่วกัน การส่งเสริมให้กรรมการมีการใช้ดุลพินิจที่รอบคอบและให้ความเห็นได้อย่างอิสระ
3.5 คณะกรรมการบริษัทมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละไม่เกินสาม (3) ปีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยกรรมการอิสระจะมีวาระการดำรงตำแหน่งต่อเนื่องไม่เกินเก้า (9) ปีนับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระครั้งแรกหลังจากบริษัทแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ในกรณีที่จะแต่งตั้งกรรมการอิสระนั้น ให้ดำรงตำแหน่งต่อไป คณะกรรมการบริษัทจะต้องพิจารณาอย่างสมเหตุสมผลถึง ความจำเป็นดังกล่าว
3.6 กรรมการบริษัทและผู้บริหารของบริษัทสามารถเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารของบริษัทในเครือหรือบริษัทอื่นได้ แต่ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการของบริษัท และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงหลักเกณฑ์ ข้อกำหนด และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3.7 คณะกรรมการบริษัทจะเลือกบุคคลที่เหมาะสมเป็นประธานกรรมการ และดูแลให้มั่นใจว่าองค์ประกอบและการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทเอื้อต่อการใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจอย่างมีอิสระ ทั้งนี้ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในด้านความรับผิดชอบระหว่างการกำหนดนโยบาย การกำกับดูแล และการบริหารงานประจำ โดยบริษัทได้กำหนดอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการดำเนินงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารไว้อย่างชัดเจน และในกรณีที่ประธานกรรมการไม่เป็นกรรมการอิสระ หรือประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน หรือประธานกรรมการเป็นสมาชิกในคณะกรรมการบริหารหรือคณะทำงาน หรือได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบด้านการบริหาร คณะกรรมการบริษัทจะส่งเสริมให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ โดยคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณา
(1) องค์ประกอบคณะกรรมการจะประกอบด้วยคณะกรรมการอิสระมากกว่ากึ่งหนึ่ง หรือ
(2) แต่งตั้งกรรมการอิสระคนหนึ่งร่วมพิจารณากำหนดวาระการประชุมคณะกรรมการ
3.8 คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและการดำเนินงานของบริษัท อันได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบริหาร รวมทั้งได้กำหนดกฎบัตรคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะเพื่อให้ทราบถึงอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการชุดย่อยไว้อย่างชัดเจน อีกทั้งได้กำหนดให้มีการทบทวนกฎ
บัตรดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่ง (1) ครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์
3.9 คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำกับดูแลให้การสรรหาและการคัดเลือกกรรมการมีกระบวนการที่โปร่งใส และชัดเจนเพื่อให้ได้คณะกรรมการบริษัทที่มีความรู้ความชำนาญ ประสบการณ์ และคุณสมบัติสอดคล้องกับองค์ประกอบที่กำหนดไว้
3.10 ในการเสนอค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติ คณะกรรมการบริษัทร่วมกับคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะพิจารณาให้โครงสร้างและอัตราค่าตอบแทน ทั้งรูปแบบ ที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน มีความเหมาะสมกับความรับผิดชอบ และสามารถจูงใจให้กรรมการ นำพาองค์กรให้ดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายของบริษัททั้งระยะสั้น และระยะยาว และสามารถเปรียบเทียบได้กับองค์กรอื่น ๆ ที่ปฏิบัติอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน
3.11 คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำกับดูแลให้กรรมการทุกคนมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่และจัดสรร เวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเพียงพอ
3.12 กรรมการแต่ละคนต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้า (75) ของจำนวนการประชุมคณะกรรมการบริษัททั้งหมดที่ได้จัดให้มีขึ้นในรอบปี เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้
3.13 คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำกับดูแลให้มีกรอบและกลไกในการกำกับดูแลนโยบายและการดำเนินงานของบริษัทย่อยและกิจการอื่นที่บริษัทไปลงทุนอย่างมีนัยสำคัญในระดับที่เหมาะสมกับกิจการแต่ละแห่งรวมทั้งบริษัทย่อยและ กิจการอื่นที่บริษัทไปลงทุนจะต้องมีความเข้าใจถูกต้องตรงกันด้วย
3.14 ในการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมนั้น คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาส่งตัวแทนของบริษัทซึ่งมีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่เหมาะสมกับธุรกิจที่บริษัทเข้าลงทุน เข้าเป็นกรรมการในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของบริษัท เพื่อกำกับดูแลการบริหารจัดการธุรกิจของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมให้เป็นไปตามแผนการดำเนินการและนโยบายของบริษัท รวมถึงกำกับดูแลให้กรรมการดังกล่าวรายงานข้อมูลฐานะการเงิน ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม การทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน การทำรายการอื่นที่สำคัญ การเพิ่มทุน การลดทุน การเลิกบริษัทย่อย เป็นต้น ให้ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัททราบ ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานเพื่อให้สามารถใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำงบการเงินของบริษัทได้ตามมาตรฐานและกำหนดเวลา รวมทั้งกำกับดูแลระบบการควบคุมภายในของบริษัทย่อยให้มีความเหมาะสมและรัดกุมเพียงพอ และการทำรายการต่างๆ ให้เป็นไป
อย่างถูกต้องตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
3.15 คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดในกฎบัตรของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย ให้คณะกรรมการแต่ละชุดมีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ประจำปีของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยโดยรวม และ กรรมการรายบุคคล รวมถึงกำหนดให้คณะกรรมการชุดย่อยรายงานผลการประเมินและผลการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบเป็นประจำทุกปี โดยผลการประเมินจะถูกนำไปใช้สำหรับการพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ ต่อไป ทั้งนี้ ผลการประเมินในภาพรวมและผลการปฏิบัติงานประจำปีของคณะกรรมการชุดย่อยจะเปิดเผยในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี รายงานประจำปี (“แบบ 56-1 One report)
3.16 คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลให้มั่นใจว่ากรรมการทุกคนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ลักษณะการประกอบธุรกิจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ตลอดจน สนับสนุนให้กรรมการทุกคน ได้รับการเสริมสร้างทักษะ และความรู้สำหรับการปฏิบัติหน้าที่กรรมการอย่างสม่ำเสมอ
3.17 คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็น และจัดให้มีเลขานุการบริษัทที่มีความรู้และประสบการณ์ที่จำเป็นและเหมาะสม เพื่อทำหน้าที่ในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการประชุมคณะกรรมการบริษัทและการประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัท โดยการให้คำแนะนำในเรื่องข้อกำหนดตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท
หลักปฏิบัติ 4 สรรหาและพัฒนาผู้บริหารและการบริหารบุคลากร
4.1 คณะกรรมการบริษัทร่วมกับคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะพิจารณากำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการสรรหาบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการชุดย่อย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมถึงการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว และกำหนดรูปแบบและกระบวนการในการพัฒนาเพื่อเพิ่มพูน ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของกรรมการชุดย่อยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และเพื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจของบริษัท
และสภาวการณ์ ตลอดจนความจำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กร ไปสู่เป้าหมายที่กำหนด
4.2 คณะกรรมการบริษัทร่วมกับคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะพิจารณากำหนดแผนสืบทอด ตำแหน่ง (Succession Plan) เพื่อเป็นการเตรียมสืบทอด ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนรายงาน ผลการดำเนินงานตามแผนสืบทอดตำแหน่งต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบเป็นระยะด้วยอย่างน้อยปีละหนึ่ง (1) ครั้ง
4.4 คณะกรรมการบริษัทโดยคำแนะนำของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะกำกับดูแลให้มีการกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนที่เหมาะสม และเป็นเครื่องจูงใจให้กรรมการ กรรมการชุดย่อย และประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เป้าหมายหลัก และผลประโยชน์ของบริษัทในระยะเยาว
4.5 คณะกรรมการบริษัทจะทำความเข้าโจโครงสร้างและความสัมพันธ์ของผู้ถือหุ้น ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของ ข้อตกลงผู้ถือหุ้นซึ่งมีผลต่ออำนาจในการควบคุมการบริหารจัดการกิจการและการดำเนินงานของบริษัท
4.6 คณะกรรมการบริษัทจะติดตามดูแลการบริหารและพัฒนาบุคลากรให้มีจำนวน ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และแรงจูงใจที่เหมาะสม และดูแลให้มีการบริหารทรัพยากรบุคคลที่สอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์ของบริษัท ส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม เพื่อรักษาบุคลากรที่มีความสามารถไว้
4.7 คณะกรรมการบริษัทจะจัดให้บริษัทมีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อดูแลให้พนักงานมีการออมอย่างเพียงพอสำหรับรองรับการเกษียณ รวมทั้งสนับสนุนให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการเงิน เพื่อให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีและทำงานกับบริษัทได้ในระยะยาว
หลักปฏิบัติ 5 ส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
5.1 คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมที่ก่อให้เกิดมูลค่าควบคู่ไปกับการสร้างคุณประโยชน์ต่อลูกค้าหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
5.2 คณะกรรมการบริษัทจะติดตามดูแลให้ผู้บริหารมีการประกอบธุรกิจอย่างมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย โดยกำหนดอยู่ในแผนดำเนินการเพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกส่วนในองค์กร ได้ดำเนินการสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เป้าหมายหลัก และแผนกลยุทธ์ของบริษัท
5.3 คณะกรรมการบริษัทจะติดตามดูแลให้ผู้บริหารดำเนินการจัดสรรและจัดการทรัพยากรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยคำนึงถึงผลกระทบและการพัฒนาทรัพยากรตลอดสาย (Value Chain) เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และ เป้าหมายหลักได้อย่างยั่งยืน
5.4 คณะกรรมการบริษัทจะจัดให้มีกรอบการกำกับดูแลและการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศระดับองค์กรที่สอดคล้องกับความต้องการของบริษัท รวมทั้งดูแลให้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและพัฒนาการดำเนินงานและการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และ เป้าหมายหลักของบริษัท
5.5 คณะกรรมการบริษัทได้คำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยจัดให้มีหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้กรรมการบริษัท ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในฐานะตัวแทนของบริษัท และให้บริษัทย่อยดำเนินการตามแนวทางนี้โดยอนุโลม
หลักปฏิบัติ 6 ดูแลให้มีระบบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสม
6.1 คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลให้มั่นใจว่า บริษัทมีระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสม และมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อช่วยสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ครอบคลุมทั้งองค์กร และดูแลให้มีระบบหรือกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงโดยรวมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่จะจัดการให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง
6.1.1 พิจารณาประเมินและทบทวนลักษณะ ความเสี่ยงที่บริษัทประสบอยู่หรือคาดว่าจะเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อบริษัท (Identification of Risk) และกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite)
6.1.2 พิจารณากำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่มาจากปัจจัยทั้งภายนอกและ ภายในองค์กร ที่อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักที่กำหนดไว้ และให้มีความครอบคลุมและสอดคล้องกับกลยุทธ์ และทิศทางธุรกิจของบริษัท โดยนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติรวมทั้งติดตามดูแลให้มีการทบทวนนโยบายการบริหาร ความเสี่ยงเป็นประจำ ทั้งนี้ ต้องครอบคลุมความเสี่ยงอย่างน้อยดังนี้
(1) ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ (Strategic Risk)
(2) ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
(3) ความเสี่ยงด้านการเงินและสภาพคล่อง (Financial and Liquidity Risk)
(4) ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ (Compliance Risk)
(5) ความเสี่ยงด้านการตลาด (Marketing Risk)
(6) ความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมของธุรกิจ(BusinessRisk)
(7) ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง (Reputation Risk)
(8) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี (Technology Risk)
(9) ความเสี่ยงด้านการทุจริต (Fraud Risk)
(10) ความเสี่ยงด้านบุคลากร (Human Resource Risk)
(11) ความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Hazard Risk)
(12) ความเสียงจากกระบวนการภายในของบริษัท (Process Risk)
6.1.3 พิจารณากำหนดกลยุทธ์และแนวทางปฏิบัติในการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยง ให้สามารถติดตามและประเมิน และกำกับดูแลระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
6.1.4 พิจารณากำหนดงบประมาณเพื่อใช้ในการบริหารความเสี่ยงและวิธีการตอบสนองต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้นและอาจเกิดขึ้นกับบริษัท เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานตามสถานการณ์ความเสี่ยงแต่ละประเภท เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทเห็นชอบ
6.1.5 รายงานคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับความเสี่ยงและการจัดการความเสี่ยง
ทั้งนี้ อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงปรากฏอยู่ในกฎบัตรของคณะกรรมการ
บริหารความเสี่ยง
6.2 คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกำหนดเพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นอิสระ ซึ่งรวมถึงหน้าที่ในการสอบทาน และ/หรือ พิจารณารายงานทางการเงิน ความเหมาะสม ความเพียงพอ และความมีประสิทธิภาพของระบบควบคุมภายใน การปฏิบัติตามกฎหมาย ความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน การพิจารณาคัดเลือกผู้สอบบัญชี และการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท
6.3 คณะกรรมการบริษัทจะติดตามดูแลและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ระหว่างบริษัทและบริษัทย่อย กับกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท รวมไปถึงการป้องกันการใช้ประโยชน์อันมิควรในทรัพย์สิน ข้อมูลและโอกาสทางธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อยและ การทำธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทในลักษณะที่ไม่สมควร โดยกำหนดให้มีนโยบายการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินการกรณีที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกิดขึ้น
6.4 กรรมการและผู้บริหารของบริษัทมีหน้าที่รายงานให้บริษัททราบถึงการมีส่วนได้เสียของตนหรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกิจการของบริษัทและบริษัทย่อย ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดหน้าที่รายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการไว้ในกฎบัตรคณะกรรมการบริษัท และกรรมการที่มีส่วนได้เสียจะต้องออกจากที่ประชุมและไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระนั้น โดยกำหนดให้กรรมการบริษัทแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่กรรมการบริษัทรายใดมีส่วนได้เสียในธุรกรรมใดที่ทำกับบริษัท และ/หรือบริษัทย่อย หรือมีการเปลี่ยนแปลงในสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทและ/หรือบริษัทย่อย
6.5 คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และนโยบายป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน เพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์อันมิควรในทรัพย์สิน ข้อมูล และโอกาสทางธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย รวมถึงกำหนดนโยบายการเข้าทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทำธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกันในลักษณะที่ไม่สมควร หรือไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
6.6 คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ชัดเจน และสื่อสารไปยังบุคลากรในทุกระดับของบริษัทและบุคคลภายนอก เพื่อให้เกิดการนำไปฏิบัติได้จริง รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมและปลูกฝังให้พนักงานทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดให้มีการรับเรื่องร้องเรียนและการดำเนินการกรณีที่มีการแจ้งเบาะแส การกระทำความผิด และกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนไว้ในนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยจัดช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายเพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนมายังบริษัทได้อย่างสะดวกและเหมาะสม และบริษัทมีการกำหนดนโยบายและมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียน พยาน และบุคคลที่ให้ข้อมูลในการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ไม่ให้ได้รับความเดือนร้อน อันตรายใด ๆ หรือความไม่ชอบธรรม อันเกิดมาจากการแจ้งเบาะแส การร้องเรียน การเป็นพยาน หรือการให้ข้อมูลแก่บริษัท (Whistleblower Policy)
หลักปฏิบัติ 7 รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล
7.1 คณะกรรมการบริษัทมีความรับผิดชอบในการกำกับดูแลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีระบบงานในการจัดทำบัญชีและรายงานทางการเงิน การตรวจสอบและสอบทานงบการเงินที่เป็นไปตามกฎเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการให้บริษัทและบริษัทย่อยเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ ข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลทั่วไปที่สำคัญ เป็นต้น อย่างถูกต้อง เพียงพอ ทันเวลา และเป็นไปตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ มาตรฐาน แนวปฏิบัติ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
7.2 คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำและเปิดเผยข้อมูล ซึ่งรวมถึงงบการเงิน แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี / รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) และข้อมูลอื่น ๆ ที่เปิดเผยต่อผู้ถือหุ้น โดยต้องใช้ดุลยพินิจอย่างระมัดระวังในการจัดทำและการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่สามารถสะท้อนฐานะการเงินและผลการดำเนินงานอย่างเพียงพอและจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน โดยคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับคุณภาพของรายงานทางการเงิน และเป็นผู้ให้ความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัท
7.3 คณะกรรมการบริษัทจะติดตามดูแลความเพียงพอของสภาพคล่องทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทและบริษัทย่อย เพื่อไม่ให้กระทบต่อความต่อเนื่องในการดำเนินกิจการของบริษัทและบริษัทย่อย โดยกำหนดให้ผู้บริหารมีการติดตามและประเมินฐานะการเงินและสภาพคล่องของกิจการเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ และรายงานให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำทุกไตรมาส พร้อมแผนหรือแนวทางในการแก้ไขหากเกิดปัญหา
7.4 คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาจัดทำรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ตามความเหมาะสม
7.5 คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลให้มีหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบงานนักลงทุนสัมพันธ์เพื่อทำหน้าที่ ในการสื่อสารและให้ข้อมูลกับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอื่น เช่น นักลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างเหมาะสม เท่าเทียมกัน และทันเวลา
7.6 คณะกรรมการบริษัทจะส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเผยแพร่ข้อมูล ซึ่งเพิ่มเติมจากช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยคณะกรรมการบริษัทจะจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษผ่านช่องทางอื่นด้วย เช่น เว็บไซต์ของบริษัท พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
หลักปฏิบัติ 8 สนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น
8.1 คณะกรรมการบริษัทจะดูแลให้มั่นใจว่าผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัทตามสิทธิของผู้ถือหุ้น
8.2 คณะกรรมการบริษัทจะดูแลส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
โปร่งใส มีประสิทธิภาพ รวมถึงการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ดังนี้
(1) ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถส่งความเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อซักถาม หรือเสนอเพิ่มวาระการประชุมได้ล่วงหน้า โดยกำหนดหลักเกณฑ์การส่งคำถามและการขอเสนอวาระการประชุมล่วงหน้าให้ชัดเจน และแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบพร้อมกับการนำส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น และบริษัทจะเผยแพร่หลักเกณฑ์ดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท อย่างไรก็ดี ผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารไม่ควรเพิ่มวาระการประชุมที่ไม่ได้แจ้งเป็นการล่วงหน้าโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะวาระสำคัญที่ผู้ถือหุ้นต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ
(2) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยสามารถเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท พร้อมทั้งเผยแพร่หลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าว ข้อมูลประกอบการพิจารณาด้านคุณสมบัติและการให้ความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท
(3) จัดให้มีการลงมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นสำหรับแต่ละรายการในกรณีที่วาระนั้นมีหลายรายการ เช่น วาระการเลือกตั้งกรรมการแต่ละท่าน
(4) มีการให้ข้อมูล วัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุม โดยมีคำชี้แจง เหตุผลประกอบและ ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในแต่ละวาระการประชุม หรือประกอบการขอมติตามที่ระบุไว้ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นหรือในเอกสารแนบวาระการประชุม อย่างครบถ้วนเพียงพอต่อการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น โดยจัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นและตลาดหลักทรัพย์ฯ และเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทตามหลักเกณฑ์ ข้อกำหนด และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงละเว้นการกระทำใด ๆ ที่เป็นการจำกัดโอกาสของผู้ถือหุ้นในการศึกษาสารสนเทศของบริษัท
(5) อำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงอย่างเต็มที่ และละเว้นการกระทำใด ๆ ที่เป็นการจำกัดโอกาสในการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้น เช่น ใช้สถานที่ซึ่งสะดวกแก่การเดินทาง โดยจะแนบแผนที่ซึ่งแสดงสถานที่จัดการประชุมผู้ถือหุ้นไว้ในหนังสือเชิญประชุม รวมถึงเลือกวันเวลาที่เหมาะสม และจัดสรรเวลาในการประชุมอย่างเพียงพอ เพื่อให้การเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนไม่ยุ่งยากหรือมีค่าใช้จ่ายมากเกินไป
(6) สนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นใช้หนังสือมอบฉันทะในรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนเสียงได้ และเสนอชื่อกรรมการอิสระอย่างน้อยหนึ่ง (1) คน เป็นทางเลือกในการมอบฉันทะของผู้ถือหุ้น
(7) ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาใช้กับการประชุมผู้ถือหุ้นทั้งการลงทะเบียนผู้ถือหุ้น การนับคะแนนและแสดงผลเพื่อให้การดำเนินการประชุมสามารถกระทำได้รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ
(8) ในการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานในที่ประชุมจะจัดสรรเวลาสำหรับแต่ละวาระการประชุมให้เหมาะสม และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ในการแสดงความเห็น ข้อเสนอแนะ หรือตั้งคำถามที่เกี่ยวข้องกับวาระต่างๆ ได้อย่างอิสระก่อนการลงมติในวาระใด ๆ
(9) ส่งเสริมให้กรรมการและผู้บริหารของบริษัททุกคนเข้าร่วมในการประชุม เพื่อตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
(10) ก่อนเริ่มการประชุม ประธานในที่ประชุมจะชี้แจงให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบถึงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการประชุมจำนวนและสัดส่วนของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมด้วยตนเองและของผู้ถือหุ้นที่มอบฉันทะ วิธีการประชุม วิธีการใช้สิทธิออกเสียง สิทธิออกเสียงลงคะแนนตามแต่ละประเภทของหุ้น และวิธีการนับคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นที่ต้องลงมติในแต่ละวาระ
(11) สนับสนุนให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงเพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบการนับผลการลงคะแนนได้
(12) จัดให้มีบุคคลที่เป็นอิสระทำหน้าที่ช่วยในการตรวจนับหรือตรวจสอบคะแนนเสียงในแต่ละวาระการประชุมและเปิดเผยผลการลงคะแนนในแต่ละวาระให้ที่ประชุมทราบ พร้อมทั้งบันทึกไว้ในรายงานการประชุม
(13) ภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้นแล้วเสร็จ บริษัทจะเปิดเผยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมผลการลงคะแนเสียงในแต่ละวาระภายในวันทำการถัดไป ผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์ฯ และบนเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้พิจารณา
(14)จัดทำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีการบันทึกข้อมูลอย่างถูกต้องและครบถ้วนในสาระสำคัญ รวมทั้งบันทึกประเด็นคำถามและคำตอบในที่ประชุม ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่สำคัญ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้และจัดส่งสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในสิบสี่ (14) วันนับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น และเผยแพร่รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นบนเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้พิจารณาและตรวจสอบได้
การทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
บริษัทจะจัดให้มีการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้สอดคล้องกับสภาวการณ์และธุรกิจของบริษัท
นโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป
หมายเหตุ
วันที่เริ่มประกาศใช้นโยบาย
วันที่ 14 ธันวาคม 2566 (อนุมัติโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่9/2566 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566)
ปรับปรุงครั้งที่ 1
วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 (อนุมัติโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568)
